ReadyPlanet.com
dot
dot
นิตยสาร " โหราเวสม์ "
dot
bulletนิตยสาร "โหราเวสม์" ๔๘-๕๗
bullet:: ผูกดวง วางลัคนา หาสัมผุสดาว (ตามหลักคัมภีร์สุริยยาตร์) ::
bullet:: ผูกดวง วางลัคนา หาสัมผุสดาวตามปฏิทินดาราศาสตร์ (ลาหิรี) ::
bulletดูดวง ตามปี นักษัตร โหรหลวง
dot
เวป เพื่อนบ้าน
dot
bullethora-thai.com
bullethorasad.com
bullethorasad7.com
bullettiantek.com
bullettiantekpro.com
bullethenghengheng.com
bullet10luckastro.com
bulletตรวจล็อตเตอรี่
bulletค้นหาเบอร์โทรศัพท์
bulletค้นหาคำศัพท์
bulletค้นหารหัสไปรษณีย์
bulletOnline-Image-Converter
bulletAffiriate Area
dot
ข่าวสาร
dot
bulletเดลินิวส์
bulletไทยรัฐ
bulletข่าวสด
bulletบ้านเมือง
bulletมติชน
bulletคมชัดลึก
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletผู้จัดการ
dot
เวปเพื่อนบ้าน แลกลิ้ง โฆษณา
dot
bulletเวปเพื่อนบ้าน
bulletแลกลิ้งที่นี่ LINK EXCHANGE
bulletโฆษณา คลิกที่นี่
dot
อาจารย์ เทียนเต็ก
dot
bulletดูดวงจีนฟรี กับ อ.เทียนเต็ก
bulletspeedtest.adsl
bulletYOUTUBE เวิ้งนครเขษม บ้านเรา


รับตั้งศาลต่าง ๆ

าจารย์โชคชัย เงินดี
รับตั้งศาลพระภูมิ เจ้าที่
พระพรหม และ
ถอนศาลต่างๆ
โทร:081-880-6143

 

พิธีพุทธาภิเษกวัจถุมงคลพระพิฆเณศมหามงคล รุ่น 1 วันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2555
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

โปรแกรมผูกดวงจีน
อาจารย์เทียนเต็ก

โปรแกรม
ตรวจสอบโชคลาภความร่ำรวย
ราคา 300 บาท

โปรแกรมดูดวงจีน 2 ภาษา
windows mobile

โปรแกรมดวงจีน
"รู้หนึ่ง-รู้หมด"
ดูดวง,หาฤกษ์ด้วยตนเอง

โปรแกรม Tian-Tek Pro Version 1
ราคา 1,000 บาท

VCDและDVD เรียนดวงจีน
ชุดที่ 1-2-3

0

Download ฟรี.
ตลับเมตรไฮเทค (ดีที่สุดในโลก)วัดได้ยาวไกลที่สุด

วัตุถุมงคล
เสริมดวง แก้ชง
สะเดาะเคาะห์ ต่อชะตา

ดวงจีนและฮวงจุ้ย
ที่เป็นวิทยาศาสตร์

อาจารย์อ๊อดวัดสายไหม
เจ้าตำรับตระกรุดลูกปืน
(1ส.ค.2550)

หลวงหนุ่ย
ที่สุดแห่งเจ้าพิธีเทวาภิเษก
จตุคามราเทพ 27 มิ.ย.2550

ที่เขาว่ารวยเพราะปี่เซียะหรือเป็นที่ฮวงจุ้ยกันแน่

ประวัติปี่เซียะ 貔貅

ตำแหน่งขุมทรัพย์
มหาเศรษฐี

ฮวงจุ้ย คู่สมพงศ์
ชง - ฮะ

ฮวงจุ้ยคนตาย

การตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ดวงปี 51ดวงฮวงจุ้ยให้โทษ
นี่เป็นลิขิตฟ้า-ยากจะฝืน

คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี
ไปสู่สถานที่ดี

เปิดกรุจตุคามรามเทพ
รุ่นที่ คุณสนธิไม่มี

เหรียญมงคล แก้ชง เสริมดวง
สะเดาะเคาะห์ต่อชะตา
ที่ร้านเซเว่นทุกสาขา

สถานีโทรทัศน์สีช่อง 7. สี(กระจก 6 ด้าน) มาทำข่าวเกี่ยวกับ ปี่เซียะ"貔貅

svautoshop  xenon

 

รับพยากรณ์ดวงจีน

อ.มังกร (แซ่จึง)
มณีเกียรติไพบูลย์
พยากรณ์ดวงชะตาจีน
(ซี้เถียวโป๊ยยี่)
ฤกษ์จีน แต่งงาน
ออกรถ
ขึ้นบ้านใหม่
มือถือ
081-459-9550
บ้าน
02-870-2450



แม่บททักษา ตอนเรียนทักษาอย่างไรให้แตกฉาน….. ศรรวสา article


แม่บททักษา
ตอนเรียนทักษาอย่างไรให้แตกฉาน  
ศรรวสา

            ในการเขียนบทความ ถือว่าเป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่ง เหมือนกับว่า ได้แสดงถึงภูมิปัญญา ความรู้ความคิดต่างๆของผู้เขียน นำมาถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อความต่างๆ ที่จะเขียนลงเพื่อสื่อความหมายนั้น  ก็ต้องพยายามหาคำจำกัดความ เพื่อให้ทั้งผู้เขียนและผู้อ่านได้รับการสื่อสารไปในทางเดียวกัน เรื่องบางเรื่อง สำหรับผู้ที่ไม่รู้แล้ว ก็จะกลายเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก ในการทำความเข้าใจ ในการอ่านจุดต่างๆ นั้น บางที ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่การอธิบายด้วยปากเปล่าเพียงไม่กี่ประโยค จะทำให้เกิดความเข้าใจได้มากกว่าการเขียนอธิบายเป็นตัวหนังสือ เพราะอาจจะต้องอธิบายเป็นหลายๆ สิบหน้า  ในการเปรียบเทียบ

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จะมองเห็นภาพได้ชัดมากกว่า ฟังผู้อื่นอธิบาย เรื่องบางเรื่องสามารถรู้ได้เองจากธรรมชาติ เรื่องบางเรื่อง รู้จากการบอกกล่าวหรือจากประสบการณ์ บางครั้งจินตนาการของผู้เขียนกับผู้อ่านอาจจะไม่สอดคล้องกันมากนัก การหาจุดที่ลงตัวหรือหาคำอธิบาย  ให้เข้าใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

สำหรับท่านที่ชอบค้นคว้าอ่านตำรับตำรา หรือหนังสือต่างๆ บ้างก็ได้ข้อมูลไม่ครบ บ้างก็ยังเป็น งง หรือสงสัยคาใจอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ ก็ค้นคว้าตามตำรากันต่อไป เคยมีคำถามกันในใจไหมว่า เมื่อไหร่จะทายดวงได้อย่างในหนังสือเสียที?

เรื่องที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ จะเหมาะสำหรับท่านที่อยากทายดวงได้หรืออยากเป็นนักพยากรณ์อ่าน แต่ไม่เหมาะสำหรับนักสะสมตำรับตำราไว้อ่านเล่นเพลินๆ ยามว่าง เพราะตัวผู้เขียนเองนั้น ก็เรียนไว้สำหรับใช้ในสนามการพยากรณ์จริงเท่านั้น บางอย่างอาจจะผิดเพี้ยนไปจากตำราเก่าๆ บ้าง สำหรับนักพยากรณ์รุ่นเก่าๆ  หรือผู้ที่อ่านตำรับตำรามามาก มีพื้นฐานข้อมูลมากกว่าตัวผู้เขียน อาจจะรู้สึกขัดแย้ง หรือไม่เห็นด้วยอยู่บ้าง เพราะต่างสายวิชากัน  แต่ถ้าลองมองมองดูด้วยปัญญาแห่งนักปราชญ์แล้ว  จะเห็นในสิ่งที่น่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง

ในสายวิชาของการพยากรณ์ดวงชะตานั้น วิชาทักษา ก็ถือว่าเป็นวิชาที่สุดยอดสายหนึ่งของไทย ที่มีการปิดบังไม้เด็ดเคล็ดลับกันอยู่มาก ทักษาได้ครอบคลุมสิ่งหลักๆ ที่สำคัญของ วิถีชีวิต และความต้องการโดยส่วนมากของคนในสังคมปัจจุบันเกือบหมด สามารถการพยากรณ์ได้อย่างถูกต้อง ละเอียดและชัดเจนมากพอสมควรเลยทีเดียว และถึงแม้ว่าจะไม่ต้องใช้เวลาเกิดที่แน่นอน แต่ก็สามารถพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ นอกจากจะใช้ในการพยากรณ์ดวงชะตาได้อย่างแม่นยำแล้ว ทักษานี้ยังเป็นแม่บทพื้นฐานไปสู่การพยากรณ์อย่างอื่น เพื่อส่งเสริมดวงชะตา อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อ ให้เหมาะสม การใส่เสื้อผ้าเครื่องประดับที่ส่งเสริมวาสนา ชะตา บารมี และการจัดที่อยู่อาศัยให้เกิดความเจริญ ก้าวหน้า และเป็นศิริมงคลต่อชะตาชีวิต

ในประเทศไทย  ทักษาที่ใช้อยู่ก็มีหลายประเภท ด้วยกัน แต่ที่นิยมใช้กันก็คือ ทักษาเสวยอายุ กับ วิมโสมตรีทศา  ในประเทศอินเดีย นั้น ทักษาจะประกอบอยู่กับหมวดหมู่ของฤกษ์ มี 27 นักษัตรฤกษ์ แบ่งเป็น 9 หมวดหมู่ (ภูมิ) แต่ในประเทศไทยจะประกอบอยู่กับวัน 

สำหรับท่านที่เคยอ่านผ่านๆ ตามาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องทักษานั้นก็คงพอจะรู้ว่า  ทักษาจะมีตารางกำกับ ตารางของทักษาก็จะประกอบด้วยภูมิต่างๆ ทั้งหมด ๘ ภูมิด้วยกัน แต่ละภูมิของทักษา จะมีกำลังวันกำกับ  ตารางทักษาที่เกิดจากวัน ถือว่า  เป็นโหราศาสตร์เปรียบเทียบ ไม่ใช่โหราศาสตร์โดยแท้เพราะการเปรียบเทียบพลังงานของดาวมาเป็นวัน มาเป็นตัวเลข และถือเอาตอนที่พระอาทิตย์ขึ้นแล้วถือว่าเป็นวันใหม่   ความแตกต่าง หรือการเปลี่ยนวันจะขึ้นอยู่ที่ฤดูกาลด้วย

            การใช้ทักษาจะเริ่มจากวันเกิดคือ เกิดวันอาทิตย์ ก็นำเอาวันอาทิตย์มาตั้งที่ตารางทักษาโดยเริ่มจาก ภูมิบริวาร เป็นอันดับแรก จากนั้นก็ไล่เรียงไปตามลำดับ คือ บริวาร อายุ เดช ศรี มูลละ อุตสาหะ มนตรี และกาลี ความหมายของภูมิต่าง ๆ โดยทั่วไปแล้ว ก็จะใช้เหมือนกันกับในตำราต่างๆ แต่เมื่อเกิดวันต่างกัน ภูมิต่างๆ นั้นก็จะมีดาวประจำภูมิต่างกันไปด้วย ตรงนี้เองทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคน มีเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป.....

คนเกิดวันจันทร์ มีดาวจันทร์เป็นพื้นฐาน เริ่มตั้งเป็นภูมิแรกคือ บริวาร ความหมายของบริวาร ก็คือ ผู้แวดล้อมของเจ้าชะตา  รวมถึง ภรรยาในดวงชาย นำมาออกเป็นคำพยากรณ์ก็คือ

โดยสภาพทั่วๆ ไปแล้ว เจ้าชะตามักจะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลบุคคลรอบๆ ข้างอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นการมาขอพึ่งพิง พึ่งพาอาศัย ขอความช่วยเหลือเกื้อกูลต่างๆ  โดยที่ตัวเจ้าชะตาก็จะหาความแน่นอน หรือการตอบแทนจากพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้เลย

            ภูมิอายุ เป็นดาวอังคาร ความหมายของอายุ ก็คือ การดำเนินชีวิต ความนึกคิด จิตใจ และสุขภาพ เมื่อนำมาผนวก กับความหมายของดาวอังคารแล้ว ก็จะทายได้ว่า การดำเนินชีวิตส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นคนขยันขันแข็ง เอาจริงเอาจัง กับภารกิจหน้าที่ต่างๆ มีจิตใจที่ไม่ย่อท้อ มักจะต้องเหน็ดเหนื่อยอยู่เป็นประจำ ทำให้บางครั้ง จะเกิดอารมณ์โมโห หรือฉุนเฉียวได้ง่ายๆ เช่นกัน

ถ้าจะทายอายุ เป็นเรื่องสุขภาพ ก็จะทายได้ว่า เจ้าชะตา ค่อนข้างจะมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วยง่ายๆ แต่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้สูง เพราะขาดความรอบคอบระมัดระวังตัวเอง เท่าที่ควร

เมื่ออ่านผ่านมา 2 ภูมิ คงจะพอมองเห็นสภาพที่เป็นเหตุเป็นผลของบุคคลที่เกิดสองวันนี้แล้ว อะไรเป็นสาเหตุให้คนทั้งสองคนมีสภาพแตกต่างกัน ในพื้นฐานง่ายๆ ที่พอมองเห็นได้ ก็คือดาวประจำภูมินั้นๆ จึงไม่แปลกเลยที่คนเกิดวันจันทร์นั้น ขยันทำโน่นทำนี่ ไม่หยุดนิ่ง แล้วจะต้องเหน็ดเหนื่อยเพื่อผู้อื่นอยู่เสมอ ทำให้ แตกต่างกับคนเกิดวันอาทิตย์โดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อเกิดวันอาทิตย์ ดาวอาทิตย์เป็นบริวาร สภาพโดยทั่วๆ ไปของชะตานี้ ก็จะผิดแผกแตกต่างออกไปแล้ว จะกลายเป็นว่า บุคคลรอบข้างที่รายล้อมเจ้าชะตานั้น ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นพวกมีเกียรติ มีชื่อเสียง แต่มักจะเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ ชอบออกคำสั่ง  อวดดี มีทิฐิสูง

มีดาวอายุ เป็นดาวจันทร์ ก็จะหมายถึงว่า โดยทั่วๆ ไปแล้ว เจ้าชะตาจะเป็นคนอ่อนโยน การดำเนินชีวิต โดยทั่วๆ ไปแล้ว มักจะต้องคอยบริการ หรือดูแลเอาใจใส่ผู้อื่นอยู่เสมอๆ มักจะต้องทำตามคำสั่งผู้อื่น อยู่ตลอด ตรงนี้เอง ทำให้เกิดความน้อยอกน้อยใจ อยู่บ่อยครั้ง

ถ้าจะทายอายุ เป็นเรื่องสุขภาพ ก็จะทายได้ คือ ในเรื่องสุขภาพนั้น ถึงแม้ว่า จะเป็นดูแลเอาใจใส่ สุขภาพตัวเองดีก็ตาม แต่ตัวเจ้าชะตาเองนั้น ก็ค่อนข้างเปราะบาง ทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้อย่างง่ายๆ เช่นกัน

ทีนี้  มาลองทายกันดูว่า   ถ้าคนเกิดวันพฤหัส ภูมิกาลี เป็นดาวเสาร์ จะแปลความหมายอย่างไรดี  “กาลี หมายถึง อุปสรรค ปัญหา การขัดแย้ง การต่อสู้ ความเสียหาย”

“ดาวเสาร์ หมายถึง ความทุกข์ ความเครียด ความวิตกกังวล”

จะใช้ความหมายกาลี เป็นเรื่องอะไร   และดาวเสาร์ ในความหมายว่าอย่างไร ลองหาความหมาย ของภูมิให้ได้ก่อน ว่าจะใช้ความหมายอะไร เมื่อหาความหมายภูมิ ได้แล้ว ก็ค่อยๆ เลือกหาความหมายของดาวใส่ลงไป ก็จะได้รายละเอียด เพื่อเป็นการสรุปเรื่อง ก็จะทายได้ว่า

เมื่อกาลีเป็นดาวเสาร์ ก็จะหมายถึง ความทุกข์ ความเครียด ความวิตกกังวลต่างๆ สิ่งที่ยืดเยื้อเรื้อรัง จะนำสร้างปัญหา หรือนำความเสียหายมาให้ เป็นดาวธาตุไฟสุมขอน นอกจากจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือปัญหาแล้วก็ ยังทำให้เกิดความร้อนรุ่ม กลุ้มใจ เหมือนมีไฟเผาผลาญอยู่ตลอด

ลองมาดู ภูมิเดช กันบ้าง เดชเป็นดาวศุกร์  ความหมายของเดช คือ อำนาจ บารมี เกียรติ ชื่อเสียง เดชหมายถึง ยศตำแหน่งหน้าที่  ดาวศุกร์ เป็นเรื่องของความสุข อารมณ์สุนทรี ความสบาย ความพึงพอใจ จะทายอย่างไรดี ที่จะได้ความหมายที่กลมกลืนและเข้ากัน

 การที่ภูมิเดชเป็นดาวศุกร์นั้น ทำให้สามารถสร้างความนิยมให้กับตัวเองหรือสร้างชื่อเสียง ให้กับตัวเอง โดยการทำให้ผู้อื่นมีความสุข มีความสบาย จะมองเห็นได้ง่าย ๆ จาก พวกนายแบบ นางแบบต่างๆ หรือพวกดารา เมื่อใส่เสื้อผ้าแบบไหน แล้วมีคนนิยม ชมชอบ ใส่เลียนแบบตาม ก็จะยิ่งสร้างความโด่งดังให้กับตัวเองยิ่งขึ้น เช่นกัน

ถ้าคนเคยเล่นจิ๊กซอว์ ก็จะมองภาพออกไม่ยากนัก  เหมือนกับการนำตัวต่อต่างๆ เข้ามาใส่ให้ลงตัวและเหมาะสม  แล้วจะสนุกกับการเรียนการศึกษา

เมื่อหัดทายเรื่องราวของบุคคล จากพื้นฐานดวงได้ละเอียดรอบคอบแล้วต่อไป รู้ว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนเสียแล้ว จากนั้น จึงค่อยเพิ่มเติมเรื่องการเสริมดวงชะตา จากภูมิทักษาก็ได้ ที่ส่วนใหญ่นิยมใช้กัน ก็จะเป็นการตั้งชื่อ  เพราะในแต่ละภูมิของทักษานั้น ก็จะมี สระ และพยัญชนะ กำกับอยู่ทุกภูมิเช่นกัน

ก่อนปิดท้าย มีเรื่องจะเล่าให้ฟังอยู่เรื่องหนึ่งว่า  มีลูกค้า  เอาชื่อที่เปลี่ยนแล้วมาถามว่าเป็นอย่างไร ลูกค้า คนนั้นเกิดวันจันทร์  ชื่อเดิม มีสระ แล้วมีหมอดูทักให้เปลี่ยนชื่อ  โดยใช้ อักษร ศรี นำหน้า เกิดวันจันทร์ ดาวเสาร์ เป็นศรี (ขอสงวนชื่อไว้) พอเห็นชื่อเท่านั้น ก็นึกถึงหลักครูที่ว่าด้วยหลักชื่อซึ่งเป็นวิชาที่ละเอียดละอ่อน  และวิชาชื่อชั้นสูงนั้น มิได้มีทางเล่นเหมือนชื่อในสายธรรมดาทั่วไป  โดยครูท่านย้ำนักย้ำหนาว่า อย่าใช้วิชานี้เหมือนแม่ค้าร้านตลาดทั่วไป จึงย้อนถามกลับไปว่า “คุณจะเดินทางไกล ใช่ไหม และการเดินทางครั้งนี้ ยังผลให้คุณกับคู่ครอง หรือคนรัก มีเกณฑ์เลิกร้างกันด้วย” ลูกค้าตอบกลับมาว่า “ใช่ มีเพื่อนชวนให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ และอาจจะต้องแต่งงานกับชาวต่างชาติ ที่นั่น จึงจำเป็นต้องเลิกกะแฟนที่อยู่ที่นี่ก่อน แล้วลูกค้า ก็ย้อนถามกลับมาว่า แล้วมันจะดีไหม จะไปดีไหม

ตรงนี้ ตัวผู้เขียนเอง ก็ยังไม่ได้มีโอกาส ตรวจสอบดวงชะตา แค่ทายไปตามชื่อที่เปลี่ยนว่าส่งผลอย่างไร มันดูเหมือนว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ว่าการเปลี่ยนชื่อนั้น ยังผลให้เกิดเรื่องบางเรื่องขึ้นมาได้ทันที และมันเป็นการยากเหลือเกินที่จะอธิบายให้กับคนที่ไม่ได้เรียนรู้เข้าใจได้ในเวลาอันสั้น โดยเฉพาะกับลูกค้า แต่สำหรับผู้ที่เคยเรียนรู้มาแล้ว ก็จะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยากเลย

ในการตั้งชื่อนั้น ส่วนใหญ่จะนิยม ใช้ อักษรนำ เป็นเดช หรือ ศรี ของวันเกิด แล้วจะหลีกเลี่ยงอักษรที่เป็นกาลี โดยคิดว่า ชื่อนั้น ถ้ามีอักษรกาลีแล้ว จะส่งผลเสียหายให้ จะว่าไปอย่างนั้น ก็ไม่ผิด   แต่ก็ไม่ถูกเสียทีเดียวนักหรอก เพราะว่าดาวกาลี ที่เป็นดาวอาทิตย์นั้น      ตามหลัก ไวยกรณ์ไทยไม่สามารถเป็นตัวนำหน้าชื่อได้ ถึงแม้ว่าจะส่งผลให้โทษ ก็จริง แต่ก็ยังมีคุณประโยชน์อยู่บ้าง ความเป็นดาวอาทิตย์นั้น ส่งผลให้เกิดความกระตือรือร้น ในการที่จะแสวงหาความก้าวหน้าอยู่เสมอ คือ พรุ่งนี้ต้องดีกว่าปัจจุบัน จะผลักดันให้ สร้างความก้าวหน้าสร้างชื่อเสียง ให้กับตัวเองได้ แต่เหตุเพราะว่า เป็นกาลี ส่งผลเสียแต่เดิมมา ก็เลยทำให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ ร้อนรุ่มกลุ้มใจกับเกียรติยศชื่อเสียงที่ได้มานั้นอยู่เสมอๆ

ฉะนั้น ถ้าคนนั้นไม่มีเกียรติยศ ชื่อเสียง ความเดือดร้อนนั้นก็ยังไม่บังเกิด คือดาวกาลี ก็ยังไม่ส่งผลความเสียหาย ให้

เมื่อตัดอักษรกาลีทิ้งไป แล้วนำอักษรศรี เข้ามาแทนที่ เมื่อนำอักษรศรีเข้ามาใช้ ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะศรี หมายถึง สิ่งที่เป็นศิริมงคล ความสำเร็จ  เป็นดาวเสาร์ก็จะหมายถึงว่า ในเรื่องความ สำเร็จ ในชีวิตนั้น ทำให้ต้องทุกข์ ต้องเครียด มีความวิตกกังวลอยู่ตลอด ศิริมงคลของตัวเองนั้น เกิดได้เพราะความอดทน อดกลั้นต่อความลำบาก หรือความทุกข์ ความเศร้าโศกต่างๆ เป็นความร้อนรุ่มกลุ้มใจ ทนทรมานอย่างยาวนาน ในการรอคอยสิ่งต่าง ๆให้เกิดความสำเร็จดั่งที่ปรารถนา

ที่นำมาเล่าให้ฟังนั้นก็เพราะอยากให้เข้าใจว่า  ไม่ใช่เรื่องต่างๆ ที่เกิดตามภูมิวันเกิดนั้นจะไม่เกิดขึ้น ก็ยังเกิดขึ้นเหมือนเดิม เพียงแต่ การตั้งชื่อ ส่วนใหญ่จะนิยมตั้งเพื่อเสริม คือบวกหรือเพิ่มเติมเข้าไป ถ้าไปเพิ่มในส่วนที่ดี ก็ดีไป แต่ถ้าไปเพิ่มในส่วนที่เสียให้มากขึ้นละ ตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญมาก ควรพิจารณาให้ดีก่อน ควรศึกษาให้รอบคอบเสียก่อนว่า ควรเสริมในส่วนไหน เพราะมิฉะนั้นแล้ว แทนที่จะไปเสริมชะตา กลับจะกลายเป็นการไปสร้างความเสียหายให้เพิ่มขึ้นไปอีก

วิชาโหราศาสตร์ไทยนั้นในภาคทักษามีความสลับซับซ้อนอยู่อย่างมากมาย มิใช่ว่านั่งอ่านตำราแล้วจะทายได้ เกร็ดพวกนี้ส่วนมากจะต้องมาจากปากของผู้รู้จริงเท่านั้น  ที่เราเรียกกันว่ามุขปาฐะ ส่วนในสิ่งที่สามารถจะนำมากลั่นกรอง ลงสู่ท้องตลาดได้นั้น ไว้มีโอกาสแล้วจะกลั่นกรองความรู้มาเล่าสู่กันอ่านอีกครั้งหนึ่งในโอกาสหน้า  ขอยกคำสุภาษิต มาสักประโยคหนึ่ง คือ “อันความรู้ รู้กระจ่างเพียงอย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล” ผลที่ดีจากความเชี่ยวชาญ ผลที่ดีจากความชำนาญ ก็เพราะมีความแตกฉานในวิชา นั่นเอง ...............

 

                     ******************************************************

แม่บททักษา
ตอน พื้นฐานการเรียนรู้ สู่ประตูการพยากรณ์
 
ศรรวสา

ทักษาถือว่า เป็นวิชาพื้นฐานเบื้องต้นอีกสายวิชาหนึ่ง สำหรับผู้ที่สนใจการพยากรณ์ เพราะเป็นแม่บทที่สามารถนำไปประกอบหรือเสริมให้กับวิชาอื่นๆ ได้อีกมากมาย ส่วนการพยากรณ์ดวงชะตานั้น ก็มีความแม่นยำไม่ด้อยไปกว่าวิชาอื่น ๆ  แต่วิชาทักษานั้น ยังมีแยกออกเป็นหลายสาย หลายทางมาก แม้จะมาจากพื้นฐานเดียวกันก็ตาม  ไม่ว่าจะเป็นทักษายุค ทักษาคู่ธาตุ ทักษาคู่สมพล ฯลฯ จึงทำให้หลักการหรือขั้นตอนต่างๆ นั้น แตกต่างกันออกไปเฉพาะตัว  แต่ในที่นี้ ผู้เขียนจะใช้การพยากรณ์ทักษาจากวันเกิดทั้ง ๗ วัน (โดยไม่แบ่งเป็นพุธกลางวัน กับพุธกลางคืน) และภูมิทั้ง 8 ของทักษาในการพยากรณ์

ก่อนที่จะทำการพยากรณ์ดวงชะตาของทักษา ควรตรวจสอบวันเกิดให้แน่นอนเสียก่อน เพราะในสมัยก่อนนั้น ยังไม่มีนาฬิกาเป็นเครื่องบอกเวลา การกำหนดช่วงของวัน จะถือเอาแสงของดวงอาทิตย์ขึ้น และดวงอาทิตย์ตก เป็นการกำหนดเวลาของแต่ละช่วงวัน การทำนายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ของการเพาะปลูก หรือวิถีชีวิตของคน ก็จะขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย การเริ่มต้นวันใหม่จึงกำหนดจากการเห็นแสงอาทิตย์ หรือเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มพ้นขอบฟ้า ส่วนการปรับช่วงเวลา จะแยกตามฤดูกาล เช่น ฤดูหนาว ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้า ก็จะเปลี่ยนเป็นวันใหม่ช้าไปด้วย ส่วนฤดูร้อน ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็ว ก็จะมีการเปลี่ยนวันใหม่เร็วขึ้นไปตามฤดู  จึงทำให้มีปัญหาเรื่องวันเกิดที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะคนที่เกิดช่วงเวลาใกล้รุ่งเช้าของวัน

เมื่อหาวันเกิดที่แน่นอนได้แล้ว ก็ให้นำเอาวันเกิดเข้าตารางทักษา โดยตารางของทักษานั้น จะแบ่งเป็น ๘ ภูมิ ด้วยกัน โดยเริ่มต้น จาก บริวาร อายุ  เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี และกาลี  โดยแต่ละภูมินั้นก็มีดาวประจำอยู่ ๘ ดวง โดย เริ่มตั้งแต่ ดาวอาทิตย์ ดาวจันทร์ ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวเสาร์ ดาวพฤหัส ดาวราหู และดาวศุกร์ ไล่เรียงกันไปตามลำดับ  ดังนี้

            คนเกิดวันเสาร์ จะเริ่มบริวารที่ภูมิดาวเสาร์ อายุเป็นภูมิดาวพฤหัส  เดชเป็นภูมิดาวราหู  ศรีเป็นภูมิดาวศุกร์  มูละเป็นภูมิดาวอาทิตย์  อุตสาหะเป็นภูมิดาวจันทร์  มนตรีเป็นภูมิดาวอังคาร  และกาลีเป็นภูมิดาวพุธ หรือจะแทนค่าดาวด้วยตัวเลข จะได้ดังนี้   บริวาร ๗  อายุ ๕   เดช ๘  ศรี ๖ มูละ ๑  อุตสาหะ ๒ มนตรี ๓   กาลี ๔  

 

 

 

 


จากนั้นถ้าต้องการทราบเรื่องใด ก็นำเอาความหมายของภูมิที่ต้องการทราบ กับความหมายของดาวมาอ่านร่วมกัน  สำหรับนักพยากรณ์แล้วจะหยิบยกเอาภูมิไหนขึ้นมาก่อนก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้รับฟังชอบที่จะฟังเรื่องดีๆ ก่อนเสมอ หรือไม่ก็ถามในเรื่องที่อยากรู้เลย เช่น จะรวยไหม? คำถามนี้ คงยังตอบไม่ได้ ว่าจะรวยไหม เพราะคำว่า ”รวย” ของแต่ละคนนั้น ก็แตกต่างกันไป เท่าไหนของแต่ละบุคคลถึงจะเรียกได้ว่า “รวย”

แต่ถ้าต้องการดูเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ทั้งหมดของเจ้าชะตานั้น ก็ต้องมาดูที่ภูมิมูละ เพราะว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ รายได้ รายจ่าย หลักทรัพย์ หลักฐานต่างๆ โดยตรง คนเกิดวันเสาร์ มีดาวอาทิตย์ ประจำภูมิมูละ  เมื่อเป็นดาวอาทิตย์ ซึ่งหมายถึง ความมีเกียรติ มีชื่อเสียง ความโดดเด่น ความทะเยอทะยาน ความรุ่มร้อน ตรงนี้เอง  จึงทำให้เจ้าชะตาอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องกระตือรือร้น ขวนขวายหาเงินทอง หลักทรัพย์ หลักฐานต่างๆ  เพื่อเชิดหน้าชูตา  อย่างน้อยๆ ต้องมีบ้าน มีรถ เป็นของตัวเอง รวมถึงการใช้เงินทองต่างๆ เพื่อสร้างชื่อเสียง หรือเกียรติยศให้กับตัวเองด้วย การหารายได้ต่างๆ จะมองทางที่ทำเงินได้ก้อนโต มากกว่าที่จะเก็บเล็กผสมน้อย 

แต่ในขณะเดียวกัน ด้วยเพราะความเป็นดาวอาทิตย์นั้น จะส่งผลให้เกิดมีการใช้เงินทองอย่างสิ้นเปลือง ไม่ว่าจะเพื่อความโดดเด่นในสังคมที่ตัวเองอยู่ หรือว่า เพื่อสร้างเครดิตให้กับตัวเอง ชอบที่จะหน้าใหญ่ใจโต ในการใช้จ่าย เรียกได้ว่า ยอมเสียเงิน แต่ไม่ยอมเสียหน้า  มักซื้อหาของดีๆ ที่ราคาแพง มีอะไรก็ต้องให้โดดเด่น กว่าคนอื่น

จากที่กล่าวผ่านมา เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการเงินของเจ้าชะตา เมื่อรู้ข้อมูลตรงนี้แล้ว เจ้าชะตาก็สามารถนำมาปรับใช้ให้กับตัวเองได้ โดยทำแต่ส่วนที่ดี หลีกเลี่ยงส่วนที่จะส่งผลเสีย เช่น กระตือรือร้น ขวนขวายในการหาเงินทอง และรู้จักการใช้เงินแบบประหยัด ไม่หน้าใหญ่ใจโตแล้ว ก็จะทำให้ทรัพย์สินที่มีนั้นเพิ่มพูน และสามารถรักษาทรัพย์นั้นให้คงอยู่ได้นาน

ถ้าต้องการรู้เรื่องการงานว่าเป็นอย่างไร จะดูที่ ภูมิอุตสาหะ เพราะหมายถึง งาน หรือ ภาระหน้าที่ ที่เจ้าชะตาต้องรับผิดชอบโดยตรง แล้วถ้าอยากรู้เพิ่มเติมว่า ทำแล้วจะเจริญก้าวหน้าหรือไม่อย่างไรนั้น จะต้องดู ภูมิเดช เข้าประกอบ เพราะภูมิเดชนั้นจะหมายถึง ความเจริญก้าวหน้า เกียรติยศ ในตำแหน่งหน้าที่  อย่างเช่น  นายตำรวจสองคน มียศเป็นพันเอก เท่ากัน ยศ ตำแหน่ง คือเดช   คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นหมอ  อีกคนทำหน้าที่ ออกปราบปรามผู้ร้าย  ตรงนี้ คือ อุตสาหะ คือภาระ หรือหน้าที่ ที่ต้องกระทำต่างกัน 

สำหรับผู้ที่เป็นนักพยากรณ์แล้ว โดยมาคงจะได้ยินคำถาม ที่ถามกันบ่อย ๆ ว่า ทำอะไรแล้วจะรุ่ง หรือ ทำอะไรแล้วจะรวย ตรงนี้ คงต้องแยกเป็นสองส่วนด้วย โดยดูประกอบเข้ากับภูมิอุตสาหะ เพราะถ้าถามว่า ทำอะไรแล้วจะรุ่ง ถ้าคำว่ารุ่ง หมายถึง ทำแล้วมีความเจริญก้าวหน้าหรือไม่นั้น จะต้องดูภูมิเดชเข้าประกอบ อย่างที่กล่าวไปแล้ว แต่ถ้าถามว่า ทำอะไรแล้วรวย จะต้องดูภูมิมูละเข้าประกอบ เพราะว่า ภูมิมูละ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของเข้าชะตา

ในสมัยปัจจุบันนี้ มีอาชีพค่อนข้างหลากหลาย รองรับอยู่มากมาย ไม่สามารถจำกัดอาชีพให้เฉพาะ เจาะจงลงไปได้ บางคนเลือกทำเพราะความชอบ(โดยเลือกอาชีพจากภูมิอายุ) บางคนเลือกทำเพราะรายได้ดี (เลือกอาชีพจากภูมิมูละ) บางคนเลือกทำเพราะเป็นหนทางสู่การมีชื่อเสียง(เลือกอาชีพจากภูมิเดช) นอกจากนี้ การเลือกทำงานก็ขึ้นอยู่จังหวะและโอกาส สิ่งแวดล้อม รูปร่างหน้าตา อายุ ความรู้ ซึ่งเป็นส่วนประกอบอีกหลายอย่างที่สำคัญ เพราะบางคนไม่ได้ทำงานหรือทำอาชีพเดียวตลอดชีวิต มีการผันเปลี่ยนหมุนเวียนไปตลอด จากวันเกิดก็คงทำได้แต่เพียง บอกแนวทางแบบกว้างๆ แล้วจากนั้นก็ให้เจ้าชะตาตัดสินใจเองว่าจะเลือกทำงานแบบไหน ที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเอง

คนเกิดวันเสาร์ มีดาวจันทร์ ประจำภูมิอุตสาหะ ดาวจันทร์ เป็นเรื่องการบริการ ความนุ่มนวล อ่อนหวาน อ่อนไหว การช่วยเหลือ การเอาใจใส่ดูแล  หน้าที่หรือภารกิจต่างๆ ฉะนั้น  จึงเป็นเรื่องของการที่เจ้าชะตา ต้องคอยดูแล เอาใจใส่ ให้บริการ แก่คนอื่น ด้วยความนุ่มนวล เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อผู้ใดต้องการความช่วยเหลือ เจ้าชะตานั้นพร้อมที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอๆ  เสมือนเป็นภาระหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเพราะความเกรงใจ ความสงสาร หรือ เพราะความจำเป็นก็ตาม งานที่ทำส่วนใหญ่จะเป็นงานตามคำสั่งมากกว่า หรือว่าเป็นงานที่ทำตามหน้าที่ของตัวเอง ที่ได้รับมอบหมายมา

เมื่อทราบรายละเอียด ของข้อมูลตรงนี้แล้ว การเลือกงานของเจ้าชะตาก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง ว่าชอบอาชีพไหน ในงานที่เกี่ยวกับด้านการบริการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น พยาบาลที่มีหน้าที่ดูแลคนไข้ คนชรา พี่เลี้ยงเด็ก แอร์โฮสเตส   หรือแม้กระทั่งการเอาใจใส่ดูแลคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นงานทั้งสิ้น

ส่วนภูมิเดชนั้น เป็นเรื่องของตำแหน่งหน้าที่  ความก้าวหน้า เมื่อเป็นดาวราหู ซึ่งหมายถึง  ความลุ่มหลง การใช้เล่ห์เหลี่ยม ชั้นเชิง การปลดปล่อย  ความเป็นอิสระ ดังนั้น ในเรื่องของเกียรติยศ ชื่อเสียงหรือความก้าวหน้าในชีวิตนั้น โดยส่วนใหญ่เจ้าชะตาจะไม่ใคร่ใส่ใจหรือสนใจที่จะแสวงหาเท่าไหร่นัก ประมาณว่า ปล่อยไป ถ้าจะได้เดี๋ยวมาเอง อาจจะเป็นเพราะรักความเป็นอิสระ ไม่ชอบที่จะต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ใดๆ  ไม่อยากวางกรอบให้กับตัวเอง  แต่เมื่อถึงใดเกิดความโลภ หรืออยากได้ชื่อเสียงเกียรติยศ แล้วก็จะใช้เล่ห์เหลี่ยม ชั้นเชิง การฉกฉวยโอกาส ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา และเมื่อได้มาแล้วก็ยึดติดอยู่กับเกียรติ และชื่อเสียงเหล่านั้น

ถ้าต้องการแนวทางการดำเนินชีวิต หรืออุปนิสัยใจคอ ของเจ้าชะตาแล้ว ก็ต้องดูที่ภูมิอายุ เป็นดาวพฤหัส วิถีชีวิตของเจ้าชะตานั้น ชอบการค้นคว้าหาความรู้ใส่ตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในและนอกสถาบันการศึกษา ทำให้เกิดจากความรอบรู้ ความเชี่ยวชาญ อย่างมาก ทั้งจากประสบการณ์โดยตรงและทางอ้อม จะมีการวางกฎระเบียบให้กับตัวเอง อยู่ภายใต้กรอบและประเพณี ที่ได้รับมา  ชอบที่จะให้การแนะนำหรือสั่งสอน บุคคลอื่นๆ ให้รอบรู้เหมือนตัวเองอีกด้วย  ตรงนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เจ้าชะตาเลือกการประกอบอาชีพจากความถนัดความชอบ หรือความรอบรู้ ที่ตัวเองมีอยู่ก็ได้

ส่วนเรื่องของคู่ครองหรือ เนื้อคู่ ตามดวงชะตานั้น ถ้าเป็นดวงชาย จะดูที่ภูมิบริวาร เพราะถือว่า ภรรยาเป็นผู้ที่แวดล้อม ใกล้ตัวเจ้าชะตาที่สุด ส่วนในดวงหญิง ก็จะดูที่ภูมิมนตรี  เพราะว่า มนตรี คือผู้ช่วยเหลือ  เป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชู เลี้ยงดู ในสมัยก่อนนั้น การครองเรือนของผู้หญิง จะดีหรือไม่ดีก็จะขึ้นอยู่กับสามี   ที่สามารถรับภาระต่างๆ ในการหาเลี้ยงครอบครัวได้ นี่คือเนื้อคู่หรือคู่ครองตามดวงชะตา ของทั้งชายและหญิง

คนเกิดวันเสาร์ มีดาวเสาร์เป็นบริวาร ดาวเสาร์หมายถึง ความเครียด ความสันโดษ  ความโศกเศร้า ความอดทน เก่า ช้า นาน ฉะนั้นคู่ครองของชะตาชาย ที่เกิดวันเสาร์ จึงมีลักษณะ เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว ดูค่อนข้างเครียด เหมือนมีความทุกข์หรือความเศร้าอยู่ แต่เป็นคนที่มีความอดทนสูง การคบหาดูใจก่อนครองคู่ ต้องใช้ระยะเวลานาน หรือกว่าจะมีคู่ได้ ก็ค่อนข้างช้ากว่าปกติ

มีดาวอังคารเป็นภูมิมนตรี  ดาวอังคาร หมายถึง ความกล้า  ความขยัน ความเอาจริงเอาจัง ความหุนหันพลันแล่น โทสะแรง หมายถึง คู่ครองของดวงหญิงนั้น จะมีลักษณะ เป็นนักต่อสู้ชีวิต เป็นคนที่ขยันขันแข็ง เอาจริงเอาจัง ในเรื่องกิจการงานต่างๆ แต่ค่อนข้างหุนหันพลันแล่น  บุ่มบ่าม มีโทสะแรง

แต่ในสมัยปัจจุบันนี้ การมีคู่ ไม่ได้หมายถึงการได้แต่งงาน เพราะทั้งชายและหญิง สามารถหาได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องให้ผู้ใหญ่จัดการให้ หน้าที่ต่างๆ ในการครองคู่นั้น  มีผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมที่เคยปฏิบัติกันมาแต่โบราญ ในยุคสมัยนี้ ฝ่ายผู้หญิง อาจจะกลายเป็นฝ่ายอุปถัมภ์ ค้ำชูฝ่ายชายก็ได้  การเลือกคู่ครองของสมัยนี้ จึงขึ้นอยู่กับว่า จะหาภาระให้ตัวเองหรือจะไปเป็นภาระให้กับผู้อื่น เลือกเพราะถูกใจ หรือเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างอื่นนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันไปเป็นรายบุคคลไป การออกคำพยากรณ์จึงจำเป็นต้องมีพัฒนาเพื่อให้คำพยากรณ์นั้น  เหมาะกับยุคสมัยในปัจจุบัน

พื้นฐานของทักษาที่ผู้เขียนใช้นี้  จะมีภูมิกับดาวเป็นหลักใหญ่ในการพยากรณ์ เป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่ต้องเรียนรู้ เปรียบเหมือนการเรียนภาษาต่างๆ จะต้องรู้จัก สระ และพยัญชนะ ให้ครบทุกตัวก่อน ที่จะเขียนได้เป็นประโยค และต้องรู้จักการใช้ สระ พยัญชนะ สะกดร่วมกัน ให้เหมาะสมกับคำ หรือข้อความนั้นๆ จึงจะสามารถแต่งเรียงความได้

จากตัวอย่างที่ผ่านมานั้น เป็นความเหมือนของคนที่เกิดวันเดียวกัน เป็นความหมายแบบกว้างๆ ตั้งแต่เกิดจวบจนสิ้นอายุขัย แต่วิถีชีวิตของคนเกิดวันเดียวกัน ก็ใช่ว่าจะเหมือนเสียทั้งหมด เรื่องบางเรื่องอาจจะเกิดในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป ตามสภาพแวดล้อม ตามฐานะ ตามวาระและโอกาส สำหรับผู้ที่รู้แต่ วันเกิด ไม่รู้เดือน และปีที่เกิด ก็คงพยากรณ์ดวงได้แบบกว้างๆ เช่นนี้  คนเกิดวันเสาร์ ก็ยังเกิดเดือน และปี แตกต่างกันไปอีก จึงต้องมีส่วนที่ขยายเพื่อแยกรายละเอียดเป็นเฉพาะบุคคลไป 

 โดยจะแยกเป็นสองอย่างคือ ถ้ารู้แค่วันเกิด แต่เพียงอย่างเดียว ก็จะใช้ดาวรูป หรือที่เรียกว่า ดาวนรลักษณ์ เข้าร่วมประกอบคำพยากรณ์  แต่ถ้ารู้วัน เดือน ปี  แต่ไม่รู้เวลาเกิด  ก็จะใช้การพยากรณ์แบบทักษาสามฐาน หรือ นำไปอ่านร่วมกับดวงจักรราศี โดยไม่มีลัคนา แต่จะอ่านโดยใช้ภูมิทักษา จะไม่นำเรือนของดวงจักรราศีเข้ามาร่วมอ่าน เพราะว่าการนำเอาเรือนของดวงจักรราศี มาอ่านซ้อนกับทักษานั้น จะทำให้เกิดความสับสน เพราะถ้าในดวงจักรราศีดี แล้วในทักษาเสีย ก็จะทำให้ขัดแย้งกันอีกว่า ว่าจะใช้ความหมายไหน นำมาออกคำพยากรณ์  ซึ่งผู้เขียนจะได้เรียบเรียง เพื่อมานำเสนอในโอกาสต่อไป/.


แม่บททักษา ตอนที่ 1 ตอน เรียนทักษาอย่างไรให้แตกฉาน….. ศรรวสา.....

แม่บททักษา ตอนที่ 2 ตอน พื้นฐานการเรียนรู้ สู่ประตูการพยากรณ์....ศรรวสา.....

แม่บททักษา ตอนที่ 3 ตอน การศึกษา ค้นคว้า และขั้นตอน ก่อนการอ่านดวงชะตา.... ศรรวสา.....

แม่บททักษา ตอนที่ 4 ตอน ยุทธวิธีการอ่านดวงทักษา ด้วยดวงจักรราศีแบบไม่มีลัคนา ...ศรรวสา.....

แม่บททักษา ตอนที่ 5 ตอน ยุทธวิธีการอ่านดวงทักษา ด้วยดวงจักรราศีแบบไม่มีลัคนา(ต่อ)....ศรรวสา..... 

แม่บททักษา ตอนที่ 6 ตอน ยุทธวิธีการอ่านดวงทักษาด้วยดวงจักรราศีแบบไม่มีลัคนา(ต่อ)....ศรรวสา......

แม่บททักษา ตอนที่ 7 ภาคพยากรณ์จร (วัยจร)......ศรรวสา......

แม่บททักษา ตอนที่ 8 ภาคพยากรณ์จร ........ศรรวสา.......

-

-

-

-

 




บทความ อาจารย์ ศรรวสา

แม่บททักษา ตอนที่ 1 ตอน เรียนทักษาอย่างไรให้แตกฉาน….. ศรรวสา
แม่บททักษา ตอนที่ 2 ตอน พื้นฐานการเรียนรู้ สู่ประตูการพยากรณ์ article
แม่บททักษา ตอนที่ 3 ตอน การศึกษา ค้นคว้า และขั้นตอน ก่อนการอ่านดวงชะตา ศรรวสา..... article
แม่บททักษา ตอนที่ 4 ตอน ยุทธวิธีการอ่านดวงทักษา ด้วยดวงจักรราศีแบบไม่มีลัคนา ศรรวสา..... article
แม่บททักษา ตอนที่ 5 ตอน ยุทธวิธีการอ่านดวงทักษา ด้วยดวงจักรราศีแบบไม่มีลัคนา(ต่อ) ศรรวสา..... article
แม่บททักษา ตอนที่ 6 ตอน ยุทธวิธีการอ่านดวงทักษาด้วยดวงจักรราศีแบบไม่มีลัคนา(ต่อ) ศรรวสา article
แม่บททักษา ตอนที่ 7 ภาคพยากรณ์จร (วัยจร) article
แม่บททักษา ตอนที่ 8 ภาคพยากรณ์จร ........ศรรวสา.. article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.


-

-


Since 2003 - 7 - 11 Best View 1024 x 768 pixels...... www.horawej.com Email address: horawej@horawej.com
เว็บไซด์โหราเวสม์ (จำหน่ายโปรแกรมโหราศาสตร์ต่าง ๆ เว็บเพื่อการศึกษาทางวิชาโหราศาสตร์) โดย นายวิชิต เตชะเกษม โทร. 08-1844-3372
พร้อมหนังสือ เกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์จาก เขษมบรรณกิจ 25 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม 10600
โทร. 02-439-2339, 02-439-7388-9, Fax. 02-439-7387 (หยุดวันอาทิตย์)
www.scb.co.th/