|
อ.พายัพ วชิโร 
มูลบทแห่งดวงจันทร์
ในระบบวิชาโหราศาสตร์ไทย ที่มีมาในอดีตจวบจนปัจจุบัน บูรพาจารย์จะให้ความสำคัญกับเรื่องของดาวจันทร์มากกว่าปรกติ โดยจะเน้นพิจารณาโครงสร้างพลังงานของดวงดาวต่างๆจากดาวจันทร์ ซึ่งในปัจจุบันมีผู้รู้และสันทัดเรื่องดวงจันทร์จริงๆน้อยมาก เพราะเป็นวิชาฝ่ายปกปิดมิได้เปิดเผย ในบางตำราที่มีเขียนอยู่นั้นบางเล่มก็แค่กระพี้เปลือก บางเล่มก็มีการซ่อนการปกปิดอยู่เพราะวิชาจริงๆนั้นมีค่าที่น่าหวงแหนยิ่งนัก ทำให้ท่านผู้ศึกษาจากตำราหลายๆท่านเกิดการหลงทาง บางท่านก็ไม่สามารถตีค่าที่ซ่อนอยู่ในตำราได้ จนเกิดการเข้าใจผิด ซึ่งการที่จะเรียนรู้เรื่องดาวจันทร์ ควรจะวางสิ่งที่ยึดถือในตำราลงเสีย แล้วมามองในโครงสร้างธรรมชาติจริงๆ การศึกษาตรงนี้นั้นเป็นเรื่องที่อยากพอควร เพราะไม่ใช่การเรียนแบบสอนให้พยากรณ์ แต่เป็นการเรียนให้รู้หน้าที่และการทำงานของดวงจันทร์จริงๆ ซึ่งหมายถึงเรียนให้เข้าใจ มิใช่เรียนให้จำ หรือมิใช่เรียนเพื่อพยากรณ์ ซึ่งเมื่อเข้าใจสื่อจากจันทร์ตรงนี้แล้วเราก็จะเข้าสู่การปรับระดับให้สูงขึ้นของรากฐานวิชาที่เคยติดขัดอยู่ในสายโหราศาสตร์ได้อีกมากมาย
ในการเขียนบทความครั้งนี้ข้าพเจ้าจะเริ่มค่อยๆกล่าวกันในจุดเริ่มต้น ขององค์ประกอบแห่งพลังงานและการทำหน้าที่ของดวงจันทร์ อย่างละเอียดละออ จนไปถึงมุมในการที่จะโน้มนำสู่การพยากรณ์ ซึ่งคงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษามากขึ้น
 | มูลบทแห่งดวงจันทร์ พายัพ พยากรณ์ ในระบบวิชาโหราศาสตร์ไทย ที่มีมาในอดีตจวบจนปัจจุบัน บูรพาจารย์จะให้ความสำคัญกับเรื่องของดาวจันทร์มากกว่าปรกติ โดยจะเน้นพิจารณาโครงสร้างพลังงานของดวงดาวต่างๆจากดาวจันทร์ ซึ่งในปัจจุบันมีผู้รู้และสันทัดเรื่องดวงจันทร์จริงๆน้อยมาก เพราะเป็นวิชาฝ่ายปกปิดมิได้เปิดเผย ในบางตำราที่มีเขียนอยู่นั้นบางเล่มก็แค่กระพี้เปลือก บางเล่มก็มีการซ่อนการปกปิดอยู่เพราะวิชาจริงๆนั้นมีค่าที่น่าหวงแหนยิ่งนัก ทำให้ท่านผู้ศึกษาจากตำราหลายๆท่านเกิดการหลงทาง บางท่านก็ไม่สามารถตีค่าที่ซ่อนอยู่ในตำราได้ จนเกิดการเข้าใจผิด ซึ่งการที่จะเรียนรู้เรื่องดาวจันทร์ ควรจะวางสิ่งที่ยึดถือในตำราลงเสีย แล้วมามองในโครงสร้างธรรมชาติจริงๆ การศึกษาตรงนี้นั้นเป็นเรื่องที่อยากพอควร เพราะไม่ใช่การเรียนแบบสอนให้พยากรณ์ แต่เป็นการเรียนให้รู้หน้าที่และการทำงานของดวงจันทร์จริงๆ ซึ่งหมายถึงเรียนให้เข้าใจ มิใช่เรียนให้จำ หรือมิใช่เรียนเพื่อพยากรณ์ ซึ่งเมื่อเข้าใจสื่อจากจันทร์ตรงนี้แล้วเราก็จะเข้าสู่การปรับระดับให้สูงขึ้นของรากฐานวิชาที่เคยติดขัดอยู่ในสายโหราศาสตร์ได้อีกมากมาย |
 | การอ่านพระเคราะห์คู่ในระบบธาตุ การอ่านดวงชะตาจักราศีในเชิงโหราศาสตร์ไทย ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะหลายๆท่านที่เคยศึกษาโหราศาสตร์ไทยแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก็มักจะเอาวิชาทางดวงนวางค์เข้ามาผสมผสานบ้าง เอาสมผุสเข้ามาอ่านบ้าง ซึ่งเป็นการที่จะหาทางให้พยากรณ์ได้ดีขึ้น แต่กลับไม่ได้ยั้งคิดว่า วิชาเหล่านี้กับวิชาโหราศาสตร์ไทยนั้น เป็นวิชาคนล่ะสายทางซึ่งสามารถจะใช้คำว่า ทางเล่นไม่เหมือนกัน ทำให้ แทนที่จะพัฒนา กลับทำให้ตนเองเกิดความสับสน และกลายเป็นผู้มืดบอดหลงทางในการพยากรณ์ไปไม่รู้จบ หลายท่านที่เป็นนักพัฒนาเมื่อตันหนทางในการค้นคว้า ก็เกิดการท้อแท้ บ้างที่ยังไม่มีชื่อเสียงก็ไม่เป็นไร แต่ที่มีชื่อเสียงอยู่ก็ทำให้ถอยหลังไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้าค้นคว้าอย่างไม่มีทิศทางต่อไป และยังมีบางท่านที่ร้ายไปกว่านั้นคือ พอค้นเจอหลักเกณฑ์บางหลักเกณฑ์ ก็ไม่ทดสอบเพื่อพิสูจญ์ผล กลับถ่ายทอดให้กับผู้ที่มาศึกษาเลยทันที ทำให้ผู้ที่มาศึกษานั้น กลายเป็นหนูทดลองระบบโดยไม่รู้ตัว |
 | การอ่านเรือนในระบบธาตุ จากที่ผ่านมาเกือบ 20 ปีของผม ตั้งแต่เริ่มศึกษา ในเลขเจ็ดตัวตั้งแต่ พศ . 2532 จนมาเข้าสู่ระบบโหราศาสตร์ในแบบทักษา ในปี 2536-2539 และเข้ามาสู่ระบบเรือนชะตาเมื่อ พศ. 2540-2543 จน พศ. 2544-2545 ผมเริ่มมาศึกษาโหราศาสตร์ไทยในระบบธาตุ ทำให้ผมเข้าใจในระบบการอ่านดวงชะตาในแบบของไทยเรามากขึ้น ซึ่งการอ่านดวงโดยอิงระบบธาตุนี้เองทำให้วิชาโหราศาสตร์ไทยได้แตกฉานออกไปอย่างมากมาย มีมุมมองพัฒนาขึ้นจากเดิม และได้สอนให้ผู้ศึกษาไปหลายรุ่น |
|